loader

ReadyPlanet เปิดตัว E-Travel Marketing
เจาะตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม ชูโซลูชั่นการตลาดดิจิทัล เสริมแกร่งผู้ประกอบการ

นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้เรดดี้แพลนเน็ตได้เข้าไปลงทุนในบริษัท e-Travel Marketing เพื่อเจาะตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม โดยนำความเชี่ยวชาญกว่า 10 ปีของ e-Travel Marketing มาช่วยจัดการกับความท้าทายของผู้ประกอบการโรงแรม ที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 6.4 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตด้านการให้บริการที่พักเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 11.48%

นายฉัตรชัย ทวีเดช กรรมการผู้จัดการ e-Travel Marketing เรดดี้ แพลนเน็ต อธิบายเพิ่มเติมว่าแม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเติบโตในอัตราที่สูง แต่ผู้ประกอบการกลับมีกำไรลดลงด้วยปัจจัยการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นการใช้บริการจองห้องพักผ่านตัวแทนหรือ OTA - Online Travel Agency มีค่าบริการหรือ Commission สูงถึง 55% ของราคาห้องพัก

จากรายงานการศึกษาพฤติกรรมการจองโรงแรมของลูกค้าจัดทำโดยทีมวิจัยและการตลาดบริษัท e-Travel Marketing พบว่า สัดส่วนการเลือกจองห้องพักกับโรงแรมโดยตรงอยู่ที่ 15% และอีก 42% เลือกจองผ่านคนกลางในการรับจองโรงแรมหรือผู้ให้บริการท่องเที่ยว (Travel Agent)

ขณะที่อัตราการจองห้องพักผ่านตัวแทนหรือ OTA มีสัดส่วนสูงถึง 43% ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการทำการตลาดออนไลน์ทั้งเรื่องบุคลากร ความรู้ความเข้าใจด้านการตลาดออนไลน์ ขาดเครื่องมือ เทคโนโลยี ฯลฯ

จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมมากกว่า 10 ปี ของ e-Travel Marketing ที่มีโซลูชั่นครบวงจรสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมโดยเฉพาะตั้งแต่ Online marketing เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ชั้นนำ, Online Channel Management ที่ช่วยบริหารการช่องทางการขายออนไลน์, Booking Engine ที่จัดการระบบการจอง การชำระเงินไปถึงบริหารลูกค้าสัมพันธ์ และการออกแบบเว็บที่รองรับได้ทุกอุปกรณ์ เมื่อรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันจะทำให้ e-Travel Marketing ของเรดดี้ แพลตเน็ต มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมที่วัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันเรดดี้แพลนเน็ตมีผู้เชี่ยวชาญการโฆษณาออนไลน์ที่ได้รับ Google AdWords Certified มากกว่า 20 คน มากที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการ Google AdWords ในตลาด SMEs และล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญได้รับ LINE@ Certified Trainer กลุ่มแรกของประเทศไทยถึง 3 คน โดยทั้งหมดนี้สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการตลาดดิจิทัลของประเทศไทยที่มูลค่ารวมทุกประเภทถึง 2.5 ล้านล้านบาท

นายทรงยศ กล่าวเพิ่มเติมว่าผลประกอบการในปีที่ผ่านมาเกิดจากกลยุทธ์ธุรกิจที่มีความชัดเจนและเจาะกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยให้บริการแก่ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มากกว่า 17,000 รายทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมและวัดผลได้ ด้วยศักยภาพของธุรกิจทั้งด้านเทคโนโลยี ที่ประกอบด้วย Vela Website, Shappy ; โฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล อาทิ Google AdWords, Facebook, Instagram, LINE@, Baidu หรือ ระบบส่งจดหมายข่าวอีเล็กทรอนิกส์ VelaConnect; และการฝึกอบรมด้านการตลาดดิจิทัลต่างๆ มากกว่า 200 งานให้กับผู้ประกอบการมากกว่า 20,000 คนในรอบปีที่ผ่านมา

ที่มา:http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/742201